รู้ไว้ใช่ว่า… 9 วิธีที่ทำให้ “น้องชาย” ฟิตปึ๋ง ขยายร่าง !!!

เราอาจเคยได้ยินประโยคสำหรับสาวๆ ที่ว่า “อกใหญ่น่ะเรื่องเล็ก แต่อกเล็กสิเรื่องใหญ่” แต่สำหรับหนุ่มๆ นั้นก็คงจะมีประโยคที่สื่อความหมายไม่ต่างกันอย่าง “จู๋ใหญ่สิเรื่องเล็ก จู๋เล็กสิเรื่องใหญ่” เพราะอวัยวะส่วนนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญต่อความมั่นใจของผู้ชายไม่ต่างกับหน้าอกของผู้หญิงเลย

1. จัดท่าทางการทำงานของตัวเองให้ดี
สำหรับคนที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะเป็นประจำ ไม่ค่อยได้ขยับตัวไปไหน พฤติกรรมเหล่านั้นจะส่งผลต่อความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณขาหนีบ ทำให้ไม่มีพื้นที่สำหรับน้องหนูในการเหยียดตรงขึ้นมาหายใจได้

ผู้เชี่ยวชาญ แนะว่าการนวดบริเวณกระดูกเชิงกรานอย่างเหมาะสม คลึงรอบๆ จุดซ่อนเร้นของเราเป็นวงกลม สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้

นอกจากนั้นเรื่องปัญหาความเครียดจากการทำงานก็สำคัญ เพราะความเครียดจะไปจำกัดการไหลเวียนโลหิตบริเวณขาหนีบ น้องชายของเราจึงมีขนาดเล็กลง ไม่แข็งตัวเต็มที่ และอยู่ได้ไม่นาน

2. อย่าสูบบุหรี่
จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแพทย์ Boston สหรัฐอเมริกา พบว่าคนสูบบุหรี่จะมีค่าเฉลี่ยของขนาดจุ๊ดจู๋ที่ขยายตัวแล้ว เล็กกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากว่าการสูบบุหรี่ส่งผลทำให้หลอดเลือดแดงตีบลง ลดการไหลเวียนเลือดในบริเวณอวัยวะสำคัญๆ จนไปลดขนาดและความยาวของน้องชายเรานั่นเอง

 

3. ปล่อยให้มันแข็งตัวบ่อยๆ
น้องชายของเราจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนเพื่อความแข็งแรงไม่ต่างกับอวัยวะกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ เราจึงควรปล่อยให้มันมีการแข็งตัวตามธรรมชาติอยู่เสมอ เพื่อความแข็งแรงคงทน ซึ่งหากใครที่มีปัญหาในเรื่องของการแข็งตัวตามปกติ อย่างเช่นคนที่มีปัญหากับระบบประสาทหรือป่วยเป็นเบาหวาน น้องชายของพวกเขาจะเล็กลง 1-2 เซนติเมตรเลย

ส่วนใครที่กังวลว่าพอแก่ตัวไปแล้วมันจะไม่ได้มีอารมณ์มาปึ๋งปั๋งเหมือนตอนหนุ่มๆ มันก็ไม่ค่อยได้บริหารน่ะสิ? ในส่วนนี้ Tobias Kohler รองศาสตราจารย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะของมหาวิทยาลัยแพทย์อิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา อธิบายว่าตอนเรานอนหลับ หรรมส์ของเราจะลุกขึ้นมา 3-5 ครั้งต่อคืน แม้จะไม่ได้ฝันเรื่องหื่นๆ ก็ตาม ไม่ต้องกังวลไป

4. ลดน้ำหนักและกินอาหารที่มีประโยชน์
Michael Castleman ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศอธิบายเอาไว้ในวารสาร Psychology Today ว่าการลดพุงไม่ได้ช่วยแค่ทำให้เรามองเห็นน้องชายได้ง่ายขึ้น แต่มันยังส่งผลโดยตรงกับขนาดของมัน ทำให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมได้จริงๆ เราจึงควรลดเนื้อสัตว์หันไปกินผักผลไม้ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือดแดง

การออกกำลังก็สามารถช่วยลดพุงของเราได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นมันยังช่วยทำให้เรามีหุ่นดีมัดใจสาวๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย

5. ใช้แหวนน้องชายหรือใช้เครื่องปั๊ม
ต้องให้ทุกคนเข้าใจกันก่อนว่าสองสิ่งนี้ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อเพิ่มความยาวของกระเจี๊ยวเรา แต่มันมีไว้เพิ่มเส้นรอบวงและความแข็งตัวชั่วคราวเท่านั้น ย้ำนะว่าชั่วคราว!! โดยแหวนสำหรับน้องชายนั้นเมื่อสวมเข้าไปจะทำให้เลือดวิ่งออกไปจากอวัยวะเพศของเราได้น้อยลง ส่วนเครื่องปั๊มก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของมัน แต่แนะนำว่าต้องเลือกที่มีคุณภาพนะ

6. เล็มขนหมออ้อย
หากใครเคยติดตามหนังผู้ใหญ่ทางฝั่งตะวันตก เราจะเห็นได้ว่าดาราชายเกือบทั้งหมดนั้นโกนขนลับหรืออย่างน้อยก็อาจเล็มออกไปบ้าง ซึ่งการทำอย่างนั้นช่วยให้เรามองเห็นน้องชายถนัดตาขึ้น มันจึงดูใหญ่ขึ้นนั่นเอง

และไม่ใช่เพียงแค่นั้นเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะชอบให้ผู้ชายเล็มขนตรงนี้ออก โดยผลสำรวจในประเทศแคนาดาบอกว่า 53.33 เปอร์เซ็นต์ของสาวๆ ที่ทำการสำรวจต้องการให้ผู้ชายเล็มขนออกไป สาวๆ อีก 40 เปอร์เซ็นต์อยากให้โกนทิ้งไปเลย มีเพียงแค่ 6.67 เปอร์เซ็นต์ที่อยากให้หนุ่มๆ ไว้ขนหมออ้อย

7. การใช้ปากอย่างที่เรียกว่า Oral Sex
แน่นอนว่าข้อนี้ไม่ได้หมายถึงให้เราใช้ปากของตัวเองก้มลงไปทำ แต่มันหมายถึงการที่คู่ขาของเราใช้ปากทำให้ก่อนจะเริ่มสอดใส่เข้าไปในช่องแคบ ซึ่งมันเป็นวิธีที่ช่วยให้น้องชายของเราขยายตัวได้มากกว่าเดิมจนอาจสูงใหญ่เกินค่าเฉลี่ยทั่วๆ ไปได้เลย

Debby Horneck นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Indiana สหรัฐอเมริกา บอกว่า “เราไม่รู้ว่าผลลัพธ์นั้นเกิดจากการที่ Oral Sex ไปกระตุ้นอารมณ์ทำให้มันแข็งตัวมากกว่าเดิม หรือบางทีอาจหมายความว่าผู้ชายที่มีไอ้นั่นใหญ่คือคนที่ผ่านการโดน Oral Sex มามากกว่าคนอื่นก็เป็นได้”

8. อาบน้ำร้อน
การอาบน้ำร้อนสามารถช่วยขยายเจ้าน้องชายของเราให้แข็งแรงเต็มไว้ได้จริง เพราะความอบอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้นนำไปสู่การขยายขนาดไอ้จ้อนแบบชั่วคราว หรือบางคนอาจจะมีอะไรกับสาวระหว่างอาบน้ำ ซึ่งนั่นรับรองว่ามันจะต้องปึ๋งปั๋งพร้อมรบอย่างแน่นอน หรืออาจใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ห่อตัวน้องชายไว้สักนาทีสองนาทีแทนก็ได้

ในทางตรงกันข้าม หากว่าร่างกายเรากระทบกับอากาศเย็นก็จะทำให้เจ้าหนูหดตัวไป ดังประโยคที่ว่า “หนาวจนหำหด”

9. ดึงไอ้จ้อน!!
อันนี้เราก็ไม่ต้องถึงกับดึงจนมันยืดไปไกล (เดี๋ยวมันหลุดออกมาล่ะแย่เลย) แต่ก่อนออกศึกให้เราใช้มือข้างหนึ่งจับไอ้หนูของเราที่กำลังหดตัวอยู่ ดึงขึ้นดึงลงเหมือนค่อยๆ พยายามยืดมันแบบแป้งโดขนมปัง สิ่งนี้จะช่วยเรื่องของการไหลเวียนเลือดได้เป็นอย่างดี รอการแข็งตัวพร้อมใช้งาน และนี่ก็เป็นวิธีเดียวกันกับที่ดาราหนังผู้ใหญ่ใช้

.

.

.

.

.

.

.

.

เครดิต Catdumb

11 ตำนาน “ลึกลับ” น่าขนหัวลุกที่สุดของญี่ปุ่น !!!!

ในญี่ปุ่นนั้นจะเรียกภูติ ผี ปิศาจหรือสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติว่า “โยไก” (妖怪 ) ซึ่งโยไกแต่ละแบบก็จะมีความพิเศษแตกต่างกันไป บางชนิดก็สามารถนำโชคลาภ ในขณะที่อีกชนิดก็สามารถทำโชคร้ายมาให้กับเราได้

และโยไกบางประเภทก็มีนิสัยแปลกๆ ซ่อนอยู่ด้วย วันนี้เราก็ได้รวบรวมมาให้เพื่อนๆ ได้รับชมกันครับ ไปชมพร้อมๆ กันเลย

1. Nyoijizai

มาถึงตัวแรกของเราก็เป็นสุดยอดความแปลกแล้วครับ กับ Nyoijizai ภูติประหลาดที่มีนิสัยชอบเกาหลัง มีความสามารถพิเศษเพียงอย่างเดียว นั่นคือสามารถเกาหลังในจุดที่ผู้คนอย่างเราๆ ไม่สามารถเกาได้ถึงนั่นเอง แหม่…เรียกได้ว่าอยากให้มาอาศัยอยู่ที่บ้านจังเลย

2. Betobeto-San

Betobeto-San ภูติที่จะคอยเดินตามนักเดินทางในตอนกลางคืนพร้อมส่งเสียง “เบโตะ เบโตะ” พร้อมด้วยรองเท้าเกี๊ยะ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาจจะมีบาดแผล แต่ว่า Betobeto-San ก็ไม่อันตรายมาก เพราะเราสามารถหนีเขาได้ง่ายๆ เพียงแค่เดินไปข้างหน้าพร้อมกับส่งเสียงว่า “Betobeto-San” เท่านั้นเอง

3. Mokumokuren

Mokumokuren คือภูติที่เกิดจากการกระทำชำเราประตูบานเลื่อนญี่ปุ่น (Shoji) และเมื่อประตูพรุนเต็มไปด้วยรู ก็จะมีตาออกมาสอดส่องผ่านหนูนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตามภูติตัวนี้ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด แต่มันก็น่าขนลุกสุดๆ อยู่ดี

4. Shichinin Misaki

Bake-kujira คือปิศาจกระดูกวาฬขนาดยักษ์ จะพบเห็นได้ในคืนที่ฝนตกใกล้ชายฝั่งของหมู่บ้านที่มีการล่าวาฬ ซึ่งจะมอบคำสาปให้แก่คนที่พบเห็น โดยทีคำสาปของปิศาจกระดูกวาฬนี้สามารถนำพาหายนะ ความอดอยากปากแห้ง ไฟไหม้และภัยพิบัติอีกหลายๆ อย่างเข้าสู่หมู่บ้านที่มันปรากฏตัวได้

6. Futakuchi Onna

Futakuchi Onna หรือสาวสองปาก ซึ่งดูภายนอกก็จะเหมือนกับคนปกติ แต่เธอมีปากอีกหนึ่งปากซ่อนอยู่ข้างหลังหัวของเธอ ในหลายๆ เรื่องเล่าก็บอกว่าปากของเธอนั้นมีไว้เพื่อให้กินมากขึ้นเฉยๆ แต่ก็มีเรื่องราวอื่นๆ ที่ว่าผู้หญิงที่ปล่อยให้ลูกเลี้ยงอดอยากตาย จะถูกคำสาปแก้แค้นให้เธอมีสองปากแทน

7. Keukegen

แม้ว่ารูปลักษณ์ของมันจะดูน่ารัก แต่ Keukegen ไม่เหมาะกับการเลี้ยงไว้สักเท่าไหร่ เพราะพวกมันเป็นภูติที่นำพาความโชคร้าย ความป่วยไข้ โรคระบาด พวกมันยังทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ เจ็บป่วย สุขภาพแย่ลง แต่ปกติแล้วสิ่งมีชีวิตชนิดนี้จะหลีกเลี่ยงการพบปะกับมนุษย์ เพราะมีนิสัยขี้อายจึงทำให้หาเจอยากมากๆ

8. Imori

Imori คือผีที่เกิดขึ้นจากการตายของเหล่านักรบที่กลายเป็นผีตุ๊กแก พวกเขาจะคอยหลอกหลอนและโจมตีผู้ที่ละเมิดเข้ามาในสถานที่หรือซากปรักหักพังที่พวกเขาเสียชีวิตไป

9. Gashadokuro

Gashadokuro คือปิศาจโครงกระดูกยักษ์ที่เกิดขึ้นจากคนที่ตายจากการอดอยากหรือตายในสนามรบโดยไม่มีใครมาฝังศพให้ เจ้าปิศาจตัวนี้จะออกมาให้เห็นในยามเที่ยงคืน คอยจับนักเดินทางและกัดหัวของพวกเขาแล้วคอยดื่มเลือดที่พุ่งขึ้นมาจากคอที่ขาด

10. Nekomata

เหล่า Nekomata คือแมวที่มีตบะกล้าแกร่งขึ้น ซึ่งเมื่อกลายเป็น Nekomata ก็จะมีสองหางและสามารถยืนได้สองขาเหมือนกับคน พวกมันยังมีความสามารถพิเศษคือการปลุกคนตายขึ้นมาและควบคุมพวกเขาราวกลับหุ่นเชิดได้

11. Kami-Kiri

เจ้าภูติตัวนี้มีมือเป็นกรรไกรที่คมเฉียบ รวมถึงพวกมันยังตัวเล็กและหากมีการเปิดประตูหรือหน้าต่างไว้ตอนกลางคืน พวกมันก็สามารถลอบเข้ามาตัดผมของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย

.

.

.

.

เครดิต Catdumb 

ไม่เคยเห็นมาก่อน! เผยคลิป “อึ่งอ่างร้อง” มีอะไรออกมาจากปากด้วย! หาดูยาก!!

ไม่เคยเห็นมาก่อน! เผยคลิป “อึ่งอ่างร้อง” มีอะไรออกมาจากปากด้วย! หาดูยาก!!

ทุกครั้งที่ฝนตก เมื่อถึงเวลากลางคืน จะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย เพราะจะหลับสบายทั้งอากาศเย็น กลิ่นไอฝน รวมถึงเสียงอึ่งอ่างร้องระงมไปทั่วทั้งทุ่งนา แต่เราก็มักจะได้ยินแค่เสียงร้องเท่านั้น ไม่เคยเห็นเลยว่า เวลาอึ่งอ่างร้อง มันเป็นยังไง

ล่าสุด ก็ได้มีผู้ใช้ Facebook นาม คนรักงาน ขยันจัง ได้อัดคลิปขณะอึ่งอ่างร้อง อึ่ง.. อ่าง.. ตอนฝนพรำมาให้พวกเราชมกัน ซึ่งเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

อึ่งอ่าง

หลายคนก็เกลียด หลายคนก็ชอบ (กิน)

ข้อความจากเจ้าของคลิป

ข้อความจากเจ้าของคลิป

ความรู้แน่นมาก

มาดูกันดีกว่า

มีอะไรออกมาด้วย!?

ใหญ่มาก!

กลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว??

มาดูอีกตัวดีกว่า

สังเกตบริเวณคาง

พองออกมาแล้ว!!

ตัวนี้ใหญ่น่ากลัวมาก!!

หายไปแล้ว!!?

มาชมเป็นคลิปดีกว่า คลิกได้ที่ลิงค์นี้เลย >คลิกชมอึ่งอ่างร้อง หาดูยาก<

เครดิต ลุยป่า 

11 หนังโรงน่าดู!! ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พร้อมเรื่องย่อ

อัพเดตหนังที่จะเข้าโรงประจำเดือนพฤษภาคม 2561

* คัดมาแค่ที่น่าสนใจและน่าดูเท่านั้น ยังมีเรื่องอื่นๆในโปรแกรมอีก *

เรื่องย่อของหนังโรงน่าดูแต่ละเรื่อง
ที่เข้าฉายวันที่ 3 พฤษภาคม 2561

I Kill Giants

บาร์บาร่าเด็กสาวที่ใครๆว่าเธอเพี้ยน สนใจแต่เรื่องราวตำนานบอร์ดเกม แต่ที่จริงเธอกำลังต่อสู้กับความมืด ที่กำลังจะทำลายล้างเมืองให้สิ้นซาก

CHILDHOOD

สารคดีนำเสนอเรื่องราวการเรียนรู้ของเด็กวัยกำลังโตในประเทศนอร์เวย์ พวกเขากำลังเติบโตอย่างมี
เรื่องย่อของหนังโรงน่าดูแต่ละเรื่อง
ที่เข้าฉายวันที่ 10 พฤษภาคม 2561

Brother Of The Year

ชัชพี่ชายที่ชอบทำตัวเป็นภาระ เจนน้องสาวเป็นคนที่สุดเพอร์เฟค เจนมีแฟนเป็นลูกครึ่งชื่อโมจิ ชัชทำทุกอย่างเพื่อให้เจนไม่มีค.สุข

God’s Own Country

จอห์นนี่มีนิสัยแข็งกระด้างไม่ยอมใคร ไม่นานมีชายคนงานมาทำงานด้วย ชายคนนี้นิสัยต่างกับเขาสุดขั้ว ทั้งคู่ได้เรียนรู้และใช้เวลาร่วมกัน

เรื่องย่อของหนังโรงน่าดูแต่ละเรื่อง
ที่เข้าฉายวันที่ 17 พฤษภาคม 2561

Deadpool 2

กลับมาอีกครั้งกับเดดพลูฮีโร่สายฮา คราวนี้ต้องปะทะกับวายร้ายเคเบิล เขาต้องรวมพลคนโคตรเทพ ที่มาชื่อทีม “เอ็กซ์ฟอร์ซ”
เรื่องย่อของหนังโรงน่าดูแต่ละเรื่อง
ที่เข้าฉายวันที่ 24 พฤษภาคม 2561

Love, Simon

ไซม่อนยังไม่พร้อมเปิดเผยว่าเป็นเกย์ เขาส่งอีเมล์คุยกับเพื่อนเกย์ที่โรงเรียน และวันหนึ่งอีเมล์ของเขาดันหลุดไป และอาจทำให้ความลับของเขาเปิดเผย

The Strangers: Prey at Night

ครอบครัวหนึ่งอาศัยในโรงแรมห่างผู้คน ต่อมาพวกเขาก็รู้ว่าตัวเป็นเหยื่อ ของกลุ่มฆาตกรสวมหน้ากากโรคจิต พวกเขาจึงจำต้องเอาตัวรอดสุดชีวิต

Solo: A Star Wars Story

เรื่องราวของฮันโซโลวัยหนุ่มกับคู่ซี้ขนฟูอย่างชิวเบคก้า พวกเขาเป็นโจรขนของเถื่อน ก่อนที่จะมาเข้าร่วมกับฝ่ายกบฎ

Tully

มาร์โลเหน็ดเหนื่อยกับการเป็นแม่คน พี่ชายเธอจึงจ้างทัลลี่มาช่วยเลี้ยงเด็ก เริ่มแรกมาร์โลลังเล แต่เมื่อนานไป ความผูกพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็เริ่มก่อตัว

เรื่องย่อของหนังโรงน่าดูแต่ละเรื่อง
ที่เข้าฉายวันที่ 31 พฤษภาคม 2561

Kids On The Scope

คารุโอเด็กเนิร์ดต้องย้ายโรงเรียน เขาเจอกับเซ็นทาโร่สุดห้าวหาญ ทั้งคู่เริ่มตั้งวงดนตรีแจ๊สด้วยกัน โดยมีริตสึโกะคอยเปนกำลังใจให้

Terminal

นักฆ่าสองคนถูกส่งไปทำภารกิจ ที่พวกเขาอาจไม่รอดกลับมา แถมยังต้องเจอหับหญิงสาวลึกลับ ที่ดูเหมือนว่าจะอันตรายกว่าสิ่งใดใด

ที่มา

หนังโรงน่าดู เดือนพฤษภาคม 2561.อัพเดตหนังที่จะเข้าโรงประจำเดือนพฤษภาคม 2561* คัดมาแค่ที่น่าสนใจและน่าดูเท่านั้น…

โพสต์โดย BE MINE FOR A WHILE เมื่อ 29 เมษายน 2018

อ่านแล้วขนลุก!! เผย! รายชื่อ 30 เมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ในอีก 3 ปีข้างหน้า หนึ่งในนั้นมีกรุงเทพฯ!!!

รายชื่อเมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ประมาณ พ.ศ. 2563 อ่านให้จบนะครับ แล้วตามไปอ่านในลิ้งค์ด้วย อ่านให้ละเอียดช้าๆ แล้วหากท่านอยากรู้อะไรเพิ่มเติม ก็เสิร์ทค้นหาในกูเกิ้ลต่อนะครับ พิมพ์ภาษาไทยลงไปนี่หละครับ ละเอียดกว่าถามผมแยะครับที่คุณครูชาญวิทย์ลงมาเป็นล่าสุด แต่ยังไม่เห็นต้นตอที่มา


ส่วนด้านล่างเป็นของ ดร.เสรี แค่ไม่ต้องคำนึงถึงอภิมหาภัยพิบัติทำลายโลก เอาแค่น้ำแข็งละลายน้ำก็ท่วมกรุงเทพมหานครลึกเข้ามาชายฝั่งอย่างน้อยที่สุด ๑๐ กิโลเมตรแล้ว และผมยืนยันว่า เขาประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง พม่าย้ายเมืองหลวงไป เนียปิดอว์ เรียบร้อยแล้ว ไม่โลกสวยนะครับ และไม่โลกมืดด้วย โลกเปลี่ยนไปตามวัฎจักรวงรอบธรรมชาติ ไม่ได้มีอะไแปลกใหม่เลย ช่วงชีวิตเราในรอบนี้เท่านั้นที่มีคนพยายามปิดบังให้เรามาเรียนมารู้เอง เพราะระบบทุนนิยม เน้นการบริโภคปิดหูปิดตากันไปหมด ลองอ่าน พิจารณาดูนะครับ

คาดเดาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ฟ สหรัฐอเมริกาน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
 
เมืองที่อยู่ริมชายฝัง , เกาะ , เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน อาจจมน้ำได้ ปริมาณน้ำที่เคยเป็นหิ้งน้ำแข็ง
 
และที่เคยหักเป็นก้อนอยู่ในทะเลในฤดูหนาวนั้น มีปริมาณหลายพันลูกบาศก์กิโลเมตร
 
ซึ่งมากพอที่จะเพิ่มระดับน้ำทะเลให้สูงกว่าเดิมถึง 6,400 นิ้ว หรือ 16,000 เซนติเมตร หรือ 160 เมตร ในปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563
 
นั้นแสดงว่า ไอพีซีซี คำนวณการเพิ่มของระดับน้ำทะเลพลาดไป 1 เท่าตัว เพราะไม่ได้เอาปัจจัยหิ้งน้ำแข็งมาคำนวณ
 
จากผลการศึกษาชุดล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปทั้ง 3 คนนี้ คาดว่า เร็วๆนี้ ไอพีซีซี คงจะออกมาชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยตัวใหม่
 
ที่ส่งผลถึงการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลก ‘ สรุประดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นถึง 160 เมตรทั่วโลก
รายชื่อเมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ 160 เมตร ประมาณ พ.ศ. 2563

1. นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 24,857,000 คน

2. ฟิลาเดนเฟีย สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 7,452,300 คน
3. ลอส แอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 16,927,620 คน
4. โทรอนโต แคนาดา ประชากรประมาณ 9,258,400 คน
5. ออสตาวา แคนาดา ประชากรประมาณ 12,638,450 คน
6. ฮาวานา คิวบา ประชากรประมาณ 7,524,000 คน
อเมริกาใต้

7. การากัส เวเนซุเอรา ประชากรประมาณ 12,856,000 คน
8. บัวโนสใฮเรส อาร์เจนตินา ประชากรประมาณ 5,492,000 คน
9. โบโกตา โคลอมเบีย ประชากรประมาณ 14,584,900 คน
10. เซาเปาลู บราซิล ประชากรประมาณ 8,243,000 คน
11. ซาติเอโก ชิลี ประชากรประมาณ 11,859,200 คน
ยุโรป
12. ลอนดอน อังกฤษ ประชากรประมาณ 18,672,000 คน

13. เฮงซิงกิ ฟินแลนด์ ประชากรประมาณ 7,473,600 คน
14. ปารีส ฝรั่งเศส ประชากรประมาณ 17,253,000 คน
15. สตอสโฮร์ม สวีเดน ประกรประมาณ 12,854,000 คน
16. อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ประชากรประมาณ 8,967,000 คน17. ดับลินไอร์แลนด์ 4,982,400 คนเอเชียบ้านเรา
18. โตเกียว ญี่ปุ่น ประชากรประมาณ 34,749,000 คน
19. นางาซากิ ญี่ปุ่น ประชากรประมาณ 21,746,450 คน20. โซล เกาหลีใต้ ประชากรประมาณ 9,255,000 คน
21. ไทเป ใต้หวัน ประชากรประมาณ 18,792,000 คน22. เซี่ยงไฮ้ จีน ประชากรประมาณ 16,482,900 คน23. ฮ่องกง จีน ประชากรประมาณ 17,784,000 คน24. ฮานอย เวียดนาม ประชากรประมาณ 15,644,200 คน25. กรุงเทพมหานคร ไทย ประชากรประมาณ 11,584,700 คน26. สิงคโปร์ซิตี้ สิงคโปร์ ประชากรประมาณ 3,257,000 คน27, ย่างกุ้ง พม่า ประชากรประมาณ 4,922,000 คนออสเตรเลีย
28. ซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย ประชากรประมาณ 18,351,400 คน
29. วิกตรอเรีย ออสเตรเลีย 8,445,000 คน
30. เวงลิงตัน นิวซีแลนด์ ประชากรประมาณ 4,799,520 คน

อีก 10 ปีกรุงเทพอยู่ใต้บาดาล “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” สถาบันเวิลด์วอทช์ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ศึกษาวิจัยด้านสภาพแวดล้อมทั่วโลกระบุว่า จากการศึกษาของสหประชาชาติ (UN) และอีกหลายสถาบัน พบว่า เมืองที่มีที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญกับอันตรายจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพิบัติภัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก โดยพบว่า เมืองชายฝั่ง 21 แห่ง จากทั้งหมด 33 แห่งที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนประชากรสูงถึง 8 ล้านคนภายในปี 2558 มีความเปราะบางสูงมากที่จะถูกน้ำท่วม ซึ่ง 1 ในเมืองที่มีความเสี่ยงต่อภัยนี้ คือ “กรุงเทพมหานคร”
สอดคล้องกับโครงการวิจัยร่วมไทย-ยุโรป GEO2TECDI (Geodetic Earth Observation Technologies for Thailand : Environmental Change Detection and Investigation) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยร่วมระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุ โรปที่ได้รับการสนับ สนุนเงินทุนจากสหภาพยุโรป ในโครงการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของแผ่นดินและระดับน้ำ ทะเลโดยใช้เทคโนโลยี Space Geodetic ออกมาเปิดเผยผลวิจัย ว่า ประเทศไทยโดยรวมจะมีการทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยกลับเพิ่มขึ้น ส่วนแผ่นดินกรุงเทพฯ จะทรุดลงปีละ 15 มม.

“รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” กรรมการภูมิศาสตร์โลก และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่เพิ่งศึกษาวิจัยประเด็นนี้เสร็จหมาดๆ แล้วส่งเปเปอร์ให้กับธนาคารโลก (World Bank) ในฐานะเจ้าของเงินทุนการวิจัย เล่าความเป็นมาว่า ได้ใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้ 2 ปี โดยศึกษาเฉพาะกรณีของประเทศไทย

เหตุเพราะว่าธนาคารโลกสนใจเรื่องนี้มาก และศึกษามาอย่างต่อเนื่องจนได้ข้อมูลว่า 4 เมืองหลักในทวีปเอเชีย ได้แก่ เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย, เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม, เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และกรุงเทพฯ ประเทศไทย ดังนั้น จึงให้ทุนมาศึกษาวิจัยว่าความเสี่ยงมีมากขนาดไหน ประชาชนจะได้รับผลกระทบกี่ครอบครัว และความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจะเป็นมูลค่าเท่าไหร่

“วิธีการศึกษาผมได้ใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เป็นคอมพิวเตอร์ทั้งหมด สร้างเมืองกรุงเทพฯจำลองขึ้นมา ซึ่งกรุงเทพฯ ประกอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองต่างๆ ระดับความสูงของพื้นดิน ระดับน้ำทะเลบริเวณเขตบางขุนเทียน จากนั้นใส่ปริมาณน้ำเหนือ น้ำหนุน และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ใส่ข้อมูลต่างๆ ลงไปให้ครบ และใช้เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2538 เป็นฐาน..”

ผล.. เราพบว่าถ้าเหตุการณ์อย่างปี 2538 เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อนาคตเราหนีไม่พ้นแน่ กรุงเทพฯรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ ต้องโดนน้ำท่วมหนัก”
คำว่า “กรุงเทพฯรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้” ของอาจารย์เสรีมีความหมายว่าผืนดินบริเวณริมทะเลทั้งหมด โดยวัดจากริมชายทะเลเข้าไปในแผ่นดินประมาณ 10 กิโลเมตร จะถูกน้ำท่วม “โดยมีระดับความสูงของน้ำ 1.8-2.00 เมตร” !! ดังนั้นลักษณะของบ้านอนาคตประเทศไทยต้องมีใต้ถุนสูง ส่วนบ้านแพลอยน้ำเป็นของประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ขณะนี้ได้ออกแบบเตรียมรับมือน้ำท่วมไว้แล้ว “เราพบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ จะถูกน้ำท่วมรุนแรง แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับว่าจะติดกับชายฝั่งขนาดไหน ถ้าอยู่ติดชายฝั่งระดับน้ำจะท่วมสูง 1.8-2.00 เมตร ถ้าลึกเข้าไปก็ลดหลั่นกันไป แต่ริมชายฝั่งอย่าง จ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร บริเวณปากแม่น้ำจมแน่ๆ” เขาอธิบายว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นหินอ่อนจะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมภายใน 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป โดยสถานการณ์จะรุนแรงกว่าปี 2538 เพราะจากการคำนวณพบว่า ทุกๆ 25 ปี กรุงเทพฯ มีโอกาสจะเกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง (ภายในปี 2563) ทั้งนี้หากคำนวณจากปัจจัยแผ่นดินทรุดเพียงกรณีเดียว พบว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมภายใน 25 ปี แต่ในความเป็นจริงปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วม ไม่ได้มีเพียงแค่กรณี เดียว

แต่ ประกอบด้วย 4 ปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.ปริมาณฝนที่ตกลงมา ขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 5-10% ต่อปี 2.การทรุดตัวของแผ่นดิน ซึ่งในอดีตแผ่นดินกรุงเทพฯ จะทรุดตัวต่ำลงประมาณปีละ 100 มม.แต่ในปัจจุบันหลังมีมาตรการห้ามขุดเจาะน้ำบาดาล อัตราการทรุดตัวเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ10-20 มม. 3.ระดับ น้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีอัตราน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยปีละประมาณ 3 มม.4.ผังเมืองและความแออัดของชุมชนเมือง ทำให้พื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ชุ่มน้ำของกรุงเทพฯ ลดลงกว่า 50% เมื่อมีน้ำเหนือไหลมาหรือมีปริมาณฝนมากขึ้นจึงไม่มีพ ื้นที่รองรับน้ำ

“สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือเหตุการณ์ปี 2538 น้ำเหนือมาหนักมาก มันไหลมา 4,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่กรุงเทพฯรับน้ำได้ 3,000 ลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์เช่นปี 2538 อีกครั้งเมื่อน้ำมาสี่พันกว่าลูกบาศก์เมตรเขาจำเป็นต้องผลักน้ำออกไปทางซ้ายและทางขวา ก่อนเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งหมายความว่าน้ำจะท่วมชนบทอย่างมโหฬาร พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม จะโดนหนักมาก แล้วมาทาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เขตหนองแขม และเขตลาดกระบัง กทม. ก็ไม่รอด”

สำหรับสาเหตุที่น้ำท่วมกรุงเทพฯในปี 2563 จะหนักหนาสาหัสมาก ดร.เสรีบอกว่า ตัวการสำคัญ คือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะผังเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ว่างเปล่า ลดลงไปจากเดิมถึงครึ่งหนึ่ง

“แต่ก่อนผมจำได้ว่ามีพื้นที่ว่างเปล่าหรือพื้นที่ชุ่มน้ำของ กทม. 1,500 ตร.กม. เป็นพื้นที่สีเขียวประมาณ 40% ปัจจุบันเหลือเพียง 20% เท่านั้น และขณะนี้เรากำลังสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ รุกล้ำไปในพื้นที่ชุ่มน้ำมาก เช่น สร้างหมู่บ้านจัดสรรขวางทางระบายน้ำ ซึ่งเป็นทางน้ำไหลลงทะเลไปทางทุ่งตะวันออก บริเวณหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง บริเวณนี้หมู่บ้านเกิดขึ้นเยอะมาก รวมทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้นจึงเป็นปัญหา”

อาจารย์เสรีบอกว่า ภายในปี 2563 หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นและถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้ดำเนินการอะไร ไม่ได้สร้างคันดินที่จะกั้นน้ำไม่ให้ทะลุเข้ามา หรือการขุดลอกคลองระบายน้ำ ทำพื้นที่แก้มลิง หรือหาพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติมน้ำจะท่วมกรุงเทพฯแน่นอน
ที่มา : jaisanook.com

พาไปดูหลักฐานของจริงครั้งพระยาโกษาปานและคณะทูตไปฝรั่งเมื่อ 332 ปี ที่พิพิธภัณฑ์นิวยอร์ก เห็นแล้วอิ้งแน่นอน!!

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาบอกข่าวเพื่อนๆที่อยู่นิวยอร์ก
หรือคนที่จะมาเที่ยวนิวยอร์กเร็วๆนี้
ใครที่ชื่นชอบละครเรื่องบุพเพสันนิวาสห้ามพลาด

ที่ Metropolitan Museum of Art
ซึ่งเป็นหอศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีงานศิลปะถาวรกว่า 2 ล้านชิ้น ได้เตรียมจัดนิทรรศการ
“Visitors to Versailles (1682-1789)”
ในช่วงวันที่ 16 เมษายน ถึง 29 กรกฎาคมนี้
จัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชวังแวร์ซาย พร้อมนำสิ่งของครั้งคณะทูตสยามเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จัดแสดงด้วย

เราได้มีโอกาสไปดูของจริงๆ จะบอกว่าขนลุกมาก
ไม่ว่าจะลายเส้นของภาพวาด หรือ สิ่งของ ที่เกี่ยวกับคณะทูตเมื่อ 332 ปีมาแล้ว
เราก็สงสัยมาก เลยไปถามพนักงานที่ทำงานมิวเซียมนี้ ว่าของจริงไหม หรือ แค่ของจำลอง
เค้าบอกว่า”ทุกอย่างที่มิวเซียมนี้คือของจริง ไม่มีของปลอม”

#ใครไม่ได้มีโอกาสมาชมสามารถดูได้ตามคลิปที่ลงไว้ให้ได้นะคะ
ตามรอยละครบุพเพสันนิวาส พาออเจ้าไปพิพิธภัณฑ์ที่ได้เก็บสิ่งของและภาพวาดของจริง 330 ปีมาแล้ว ที่นิวยอร์ก
https://youtu.be/h_78oj6CvSs

รูปแรกเลย รูปนี้ไม่ได้ถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์
แต่อยู่ในหนังสือที่เค้าขายเล่มละ $ุ60 เป็นหนังสือของพิพิธภัณฑ์

ต้องขออภัยด้วย รูปนี้ไม่รู้เรียกว่าภาพแบบไหน
แต่เราเห็นในว่าในภาพเห็นคณะทูต 3 คน
คนที่ใส่หมวกแหลมๆนั้นแระ เค้าไหว้ด้วยท่าทางเครารพมาก

ภาพนี้ถือว่าเป็นภาพใหญ่คะ
เป็นภาพสีน้ำมัน ในภาพมีคณะทูตสามคน
ไม่แน่ใจว่าเค้าทำท่าอะไรกัน หรือ เป็นอะไรหรือเปล่า ดูแล้วเหมือนหมวกใส่ไม่สบาย เหอๆ เราคิดไปเองนะ

อีกภาพ

บุษบกที่ใช้ใส่พระราชสาสน์จากพระนารายน์ไปมอบให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ที่บุษบกที่สลักไว้ว่า รส.147 มันแปลว่าอะไรคะ ใครรู้บ้าง

ภาพนี้เราชอบมากๆ
ลายเส้นเหมือนในธนบัตรเงินที่ใช้อยู่อ่าคะ เราก็ไม่รู้เรียกว่าลายเส้นแบบไหน
รายละเอียดของภาพนี้เยอะมากม่ีภาพการเลี้ยงช้าง , แข่งเรือ , ภาพตอนคณะทูตนั่งทานข้าวที่ฝรั่งเศส
เป็นภาพที่แสดงให้เห็นว่าคณะทูตกำลังถวายของให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14
เราไม่ได้ถ่า่ยรูปแบบละเอียดมา ยังไงให้เข้าไปดูในคลิป Youtube ของเราแทนนะคะ

หมวกและที่เก็บหมวกของทูต
อาจจะเป็นของหมื่นสุนทรเทวา หรือ พระยาโกษาปาน อิอิ

เหรียญที่ระลึกจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มอบแด่สยาม

เป็นบุญตาของข้าพเจ้ายิ่งหนักที่ได้มาเห็นของจริงแบบนี้
คืออินจากละครแล้วนะ พอมาเจอของจริงแบบนี้ยิ่งอินเลย

ภาพนี้ไม่มีอยู่ในมิวเซียม
แต่มีในหนังสือของมิวเซียมที่เค้าขาย
ภาพนี้เป็นภาพตอนคณะทูตอยู่หน้าพระราชวังแวร์ซาย เตรียมไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

หนังสือที่ได้รวบรวมหลักฐานไว้
ราคา $60

Zoom ให้ดูใกล้ๆคะ เห็นไหมคะ คณะทูตมี 3 คน ยกมือไหว้อยู่ ใส่หมวกแหลมๆ

ปืนใหญ่ที่พระนารายณ์นำไปมอบให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ขอโทษด้วยนะคะ ถ้าไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก หรืออาจจะบอกผิดบ้าง
เพราะไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อะไรมาก แค่อยากนำมาแชร์ให้เพื่อนๆได้เห็น
อยากให้ทุกคนได้ไปเห็นของจริงๆจังค่ะ
มิวเซียมนี้เป็นมิวเซียม art ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เค้าจะนำมาจัดแสดงที่ 3 เดือน แล้วเค้าจะนำกลับพระราชวังแวร์ซาย
เราอยากให้ดูคลิปของเรามาก เพราะเราถ่ายมาแบบละเอียดกว่าภาพถ่าย
https://www.youtube.com/watch?v=h_78oj6CvSs&t=301s

เครดิต https://pantip.com/topic/37587918

3 ประโยชน์ของขนตูด ที่รู้แล้วคุณจะไม่โกนทิ้งเด็ดขาด

ขนตูดมีไว้เพื่อ???

กระจ่างสักทีที่แท้ ขนตูด มีไว้เพื่อทำสิ่งนี้นี่เอง…รู้แล้วมีอึ้ง จะไม่โกนออกเด็ดขาด บนเรือนร่างของมนุษย์เรามีสิ่งที่น่าเหลือเชื่ออยู่มากมาย จนบางครั้งก็ทำให้เราเกิดความสงสัยว่ามันมีไว้ให้ทำเราใช้ทำอะไร?

โดยเฉพาะร่างกายของผู้ชาย ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า ร่างกายของผู้ชายบางคนจะมี “ขนตูด” ด้วย ซึ่งขนตูดนี้จะขึ้นอยู่บริเวณก้น และบางครั้งก็สร้างความรำคาญใจให้กับหนุ่มๆเป็นอย่างมาก แต่รู้วันนี้จะมาไงคำตอบให้ได้ทราบกันว่า “ขนตูด” มีประโยชน์อย่างไรบ้าง!

ประโยชน์ของ “ขนตูด”
1. ช่วยป้องกันการเสียดสีของก้นในขณะที่เดินหรือวิ่ง
2. เป็นที่เก็บกลิ่นเฉพาะตัวของผู้ชายแต่ละคน ซึ่งบางกลิ่นนั้นมีไว้สำหรับสัญชาติญาณในการเลือกคู่ของมนุษย์
3. ช่วยป้องกันฝุ่นละออง และสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในรูทวาร ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ “ขนตูด” ที่มีมานานตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้ว

เมื่อรู้ประโยชน์ของ “ขนตูด” อย่างนี้แล้วก็ปล่อยให้มันทำหน้าที่ของมันต่อไปนะอย่างไปกำจัดมันออกเลย เพราะไม่งั้นหากขืนโกนหรือแว็กซ์ออก ตอนมันงอกขึ้นมาใหม่ อาจจะทิ่มตำจนต้องเจ็บแสบไปอีกหลายวันอย่างแน่นอน

ขอบคุณที่มา: http://huatoonew.com/

หลักฐานว่าคนไทยอยู่ในดินแดนนี้มากว่าหกพันปีแล้ว ไทยเจอแหล่งโบราณคดีที่ใหญ่ที่สุด มีอายุถึง 6,000 ปี!!

ช่วงนี้เขมรเคลมจังเลยว่านครวัด 1,000 ปี มาถึงเวลาไทยเคลมมั่ง ตอนนี้ไทยเจอแหล่งขุดค้นใหม่ที่ยังขุดไม่เสร็จ

“บ้านโนนวัด” จ.นครราชสีมา แหล่งโบราณที่มีหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ใหญ่ที่สุด ใหญ่กว่าบ้านเชียงมาก และมีความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย นับได้ตั้งแต่ยุคหินใหม่ สำริด เหล็ก เรื่อยมากระทั่งยุคปัจจุบัน กว่า 200 ชั่วอายุคน กว่าแก่กว่าบ้านเชียงเล็กน้อย มีอายุถึง 6,000 ปี และเป็นแหล่งขุดค้นที่ใหญ่ที่สุดใน AEC

ความพิเศษคือ มีอายุอยู่ในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ ครบทั้ง 4 ช่วง คือ ยุคหินใหม่, ยุคสำริด, และยุคเหล็ก ต่อเนื่องจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ คือ ทวารวดี, เขมร, อยุธยา, รัตนโกสินทร์ จนถึงปัจจุบัน โดยมีคนอยู่อาศัยทับซ้อนกับมาเรื่อยๆ

ลำดับชั้น

1.ยุคหินใหม่ อยู่ในช่วงอายุประมาณ 3,000 – 3,700 ปี มาแล้ว
2.ยุคสัมฤทธิ์ มีอายุระหว่าง 2,500 – 3,000 ปีมาแล้ว
3.ยุคเหล็ก มีอายุประมาณ 1,500 – 2,500 ปีมาแล้ว

ความปังยังไม่จบแค่นั้น เพราะขุดพบซากพืชซากสัตว์อีกจำนวนมหาศาล กล่าวคือ ชุมชนโบราณที่แหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัดมีการดำรงชีวิตหรือความเป็นอยู่โดยการเลี้ยงสัตว์จำพวก วัว ควาย หมู และสุนัข ล่าสัตว์และดักสัตว์จำพวกวัวป่า หมูป่า กวางป่า เนื้อสมัน ละอง / ละมั่ง เนื้อทราย เก้ง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก จับสัตว์น้ำและสัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก จำพวกปลา หอย เต่า และตะพาบน้ำ การบริโภคสัตว์นิยมกินไขกระดูก

โดยการทุบขวางกระดูก (diaphysis) นอกจากนี้ยังมีการเพาะปลูกข้าวและการแลกเปลี่ยนสินค้ากับชุมชนภายนอก สภาพแวดล้อมรับแหล่งโบราณคดีเป็นที่ราบน้ำท่วมขังและมีแม่น้ำ ลำน้ำสาขา คลอง สระ หนอง ส่วนป่านั้นที่โดดเด่นคือป่าเบญจพรรณ ป่าโปร่ง ป่าแดง หรือป่าเต็งรัง เพราะป่าเหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ที่พบจากแหล่งโบราณคดีแห่งนี้

ความปังก็ยังไม่จบแค่นั้น

1. แหล่งโบราณคดีที่มีความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย

2. หลุมขุดค้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southest Asia)

3. เมื่อขุดค้นเสร็จจะขึ้นทะเบียบมรดกโลก เพราะยิ่งใหญ่กว่าบ้านเชียงหลายเท่า

4. มีความเก่าแก่อยู่ในยุคหินใหม่ ประมาณ 4,500-6,000 ปีมาแล้ว โดยมียุคร่วมสมัยเดียวบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ถึงประมาณ 1,000 ปี

5. มีลวดลายที่ปรากฏบนภาชนะดินเผา เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่บ้านโนนวัด และไม่พบที่อื่น

6. ครั้งแรกของประเทศไทยที่พบว่าเป็นศพผู้ใหญ่ที่ถูกนำบรรจุใส่ในภาชนะดินเผาขนาดใหญ่มีอายุราว 4,000 ปี

7. พบหลุมฝังศพของสุนัขโดยเป็นพิธีกรรม อายุกว่า 5,000 ปี โดยพบน้อยมากในหลุมขุดค้นใน Asia สันนิฐานได้ว่ามนุษย์ยุคนี้ไม่ใช่คนป่าเถือน มีการทำเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ และมีอารยะธรรม

8. พบซากเด็กทารกไปจนถึงคนชรา โดยที่อื่นมีไม่ครบแบบที่นี่

9. บ้านโนนวัดเป็นชุมชนหรือรัฐอิสระขนาดเล็ก ไม่ใช่เพียงหลุมฝังศพเท่านั้น หรือไม่ใช่สถานที่ที่พบหลุมโดยบังเอิญ แต่มีการพบอาวุธหลากหลายชนิด เปลือกข้าวทับถมเป็นเวลานับพันปี ซึงสันนิฐานว่าคนไทยกินข้าวมามากกว่า 6,000 ปี พบท่อนไม้โบราณคล้ายเสาบ้านคน พบภาชนะดินเผา พบทุกๆอย่างที่เป็นชุมชน

10. ค้นพบโครงกระดูกในพื้นที่เดียวกัน 635 โครง, โบราณวัตถุจำนวนมากกว่า 20,000 ชิ้น ภายในพื้นที่ยังได้มีการพบเครื่องปั้นดินเผาที่ยังมีความสมบรูณ์จำนวน 4,000 ชิ้น (สรุปผลปี 2012)

ปล. ปัจจุบันยังขุดค้นไม่เสร็จเพราะมันใหญ่มาก ไม่รู้ว่าพบอะไรเพิ่มบ้าง เหมือนเขายังปิดๆข่าวอยู่นะครับ ตอนนี้นักโบราณคดีไทยไม่พอ ต้องดึงชาวต่างชาติเข้ามาร่วมด้วย

เครดิต…Adisorn Suksombut

16 สุดยอด “เทคนิคลับของการลดน้ำหนัก” แบบไม่ต้องออกกำลังกาย!!

16 สุดยอด “เทคนิคลับของการลดน้ำหนัก” แบบไม่ต้องออกกำลังกาย!!

การมีหุ่นที่ดี รูปร่างที่ดี เป็นความฝันของใครหลายคน แต่มันเป็นสิ่งที่ทำค่อนข้างยาก เพราะต้องควบคุมตัวเอง มีวินัยในการออกกำลังกาย การกิน ตามใจปากไม่ได้เพราะหุ่นจะเผละแน่นอน ทำให้หลายคนตัดสินใจปล่อยเนื้อปล่อยตัว อย่างไรก็ตาม มันก็มีเคล็ดลับการลดน้ำหนักโดยที่ไม่ต้องออกกำลังกายอยู่!

1. หายใจเข้าเต็มปอด หายใจออกเร็วๆ


2. เพิ่มผักในอาหารเช้า


3. เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์หรือบันไดเลื่อน

การเดินขึ้นบันได 2 ชั้นทุกวัน เฉลี่ยจะลดน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัมต่อปี


4. ดื่มน้ำก่อนอาหาร
จะทำให้เราทานน้อยลง และช่วยการเผาผลาญ


5. เคี้ยวอาหารช้าๆ


6. กินข้าวหน้ากระจก
จะทำให้เรารู้ตัวว่า เรากินไปเยอะมากเท่าไหร่แล้ว


7. นั่งหลังตรง คอตั้ง


8. ซับน้ำมันก่อนทานอาหารทอดทุกครั้ง


9. พยายามเดินให้เป็นนิสัย
แทนที่จะนั่งรถ ให้ลองเดินเท้าดู และถ้าหากเดินเร็ว จะสามารถลดได้ถึง 400 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง


10. ยืน แทนที่จะนั่ง
เผาผลาญได้ 50 แคลอรีต่อชั่วโมง


11. อาบน้ำร้อน
เผาผลาญไขมันได้พอๆ กับการวิ่ง 30 นาที

12. กินอาหารในจานใบเล็ก


13. กินอาหารเผ็ด

ช่วยเร่งการเผาผลาญมากขึ้น 20%

14. ยืดเส้นยืดสาย


15. กินดาร์กช็อคโกแลต หรือ เคี้ยวหมากฝรั่งน้ำตาลน้อย


16. ห้ามอดนอน
เพราะจะทำให้เรามีโอกาสหิวมากขึ้น กินมากขึ้น

เครดิต 16 สุดยอดเทคนิคลับของการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องออกกำลังกาย(สำหรับคนขี้เกียจ) 

10 อันดับหนังผีที่น่ากลัวที่สุดในโลก!! อยากลองดีต้องลองดู (มีหนังไทยติดด้วยนะ)

10 อันดับหนังผีที่น่ากลัวที่สุดในโลก!! อยากลองดีต้องลองดู มาเริ่มกันเลย

10. Saw Series

กลายเป็นตำนานไปแล้วสำหรับตัวละครที่ชื่อ Jigsaw ที่ช่วงนี้จะออกทุกๆฮัลโลวีน ( แต่ปี2008 นี้ ภาค V โดนเลื่อนฉายไม่มีกำหนด) นี่ก็มีการวางแผนสร้าง ภาค 6 ต่อเรียบร้อยแล้ว สำหรับเมืองไทยคาดว่า หนังคงจะไม่เข้าอีกแล้วละ(มั้ง) แต่ก็เป็นซีรีย์ ที่ไม่ควรพลาด สำหรับคอสยองขวัญ วันฮัลโลวีน

9. Chucky Series 

อาจจะเก่าไปซักหน่อย แต่หนังเรื่อง แค้นฝังหุ่น หรือที่มีชื่อว่า Chuck เนี่ย ตั้งแต่สมัยที่ออกมาแรกๆ ขวัญสยองกระเจิงกันเป็นแถบ ถ้าจำไม่ผิดมี 4 ภาคแล้ว (อาจจะมีการรีเมกภาค 1 ใหม่เร็วๆนี้) ใครจะไปนึกว่า เจ้าตุ๊กตาหน้าตาหน้าเกลียดตัวนี้ จะสร้างความสยองขวัญได้ซะขนาดนี้

8. The Ring

ไม่ใช่ LOTR นะ แต่ The Ring เป็นหนังสยองขวัญ ของ นาโอมี วัตต์ ตอนดูก็ไม่ได้ดูผีร็อก แต่ดูนางเอก(น่ารักดี) ได้ผู้กำกับดีด้วย กับ Gore Verbinsky (Pirates 1-3) ตอนที่หนังฉายใหม่ๆ เป็นช่วงที่เค้าว่าเป็นหนังผีตำนานเรื่องหนึ่งทีเดียว คงน่ากลัวสำหรับคนอเมริกันพอสมควร และยังจะมีภาคที่ 3 ออกมาให้ได้ชมกันอีก เร็วๆนี้ ส่วนภาคญี่ปุ่นนั้นก็ดีนะ.. แต่ทำมาเพียงภาคเดียวเท่านั้น..

7. Exorcist Series

สำหรับหนังผีแนวศาสนา หนังที่เป็นตำนานที่สุด ก็หนีไม่พ้น หนังหมอปราบผีอย่าง The Exorcist ว่ากันว่า ภาคแรกเป็นตำนานที่สยอง และน่ากลัวที่สุด ขอรวมเอา Emily Rose เข้าใส่ในตำนานนี้ด้วยนะ เพราะเป็น Exorcist เหมือนกัน สำหรับแฟนๆหนัง ศาสนาสยองเรื่องนี้ ไม่ควรพลาด

6. Freddy and Jason Series

พลาดได้ไงสำหรับสองสยอง ที่เพิ่งมีการจับคู่กัน เมื่อไม่นานมานี้ สำหรับปีศาจผี เฟรดดี้ มีเรื่องน่าสนใจ เกี่ยวกับเฟรดดี้ คือ ภาคแรกสุดเลย Johnny Depp เป็นคนแสดง และก็เจสัน นักฆ่าผู้ไม่มีวันตาย แม้แต่ในอวกาศ (JasonX) ก็ล่าสุดที่ Freddy Vs. Jason ปรากฏว่า Jason ชนะไป ซะงั้นเลย แฟนหนังสยอง น่ากลัวๆ ไม่ควรพลาด

5. Sleepy Hollow

แนะนำเรื่องนี้ เพราะหลายคนคงไม่ค่อยดู แต่เป็นหนังหนึ่งในตำนานของนักแสดงคู่ขวัญ Tim Burton กับ Johnny Depp เป็นหนังสยอง ที่ผมว่า ดูดีที่สุดเท่าที่เคยดูมา คงไม่ต้องบอกว่าคู่นี้ ถ้าเค้าคู่กันมันจะยอดเยี่ยมซักเพียงใด

4. 28 … Later

สำหรับตระกูลหนังซอมบี้ ทั้ง Dawn of the Dead, หนังของ George a. Romero หรือแม้แต่ Resident Evil ชอบ 28 Days Later ที่สุดแล้ว ทั้งสองภาคเลย แต่ชอบภาคแรกมากกว่า มันดูสยองกว่า ส่วนภาคสองมันดูล่องลอยไปหน่อย แต่ด้วยเทคนิค การกำกับของ แดนี่ บอยด์ ที่สร้างชื่อให้เขาพอสมควร กับ ซีเลียน เมอร์ฟีย์ แจ้งเกิดด้วยกันทั้งคู่

3. Shutter

กลายเป็นตำนานหนังไทยไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังผีที่ดีที่สุดของเมืองไทย กับภาพที่ติดตาคนดู มากที่สุด และประสบความสำเร็จมากที่สุด (แม้ฮัลโลวีนจะไม่เกี่ยวกับไทย แต่พี่ไทยก็มีหนังติดชาร์ต ฮัลโลวีนกับเขาเหมือนกัน – ก็หนังผีง่ะ) สำหรับผู้กำกับ ทั้งสองและเพิ่งจะมีผลงานใหม่ล่าสุด แต่ก็สู้ Shutter ไม่ได้ กับ แฝด(Alone) และ Body ศพ19

2. Ju-On

จะพลาดได้ไงสำหรับ จูออน หนังสยองขวัญของญี่ปุ่น ที่ว่ากันว่าน่ากลัวที่สุด สำหรับเด็กผีตัวนี้ มีการรีเม้กของอเมริกาชื่อหนังว่า The Grudge ก็น่ากลัวระดับหนึ่ง แม้จะประสบความสำเร็จในอเมริกา แต่ความสยองยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของ Ju-On เวอร์ชั่นญี่ปุ่นซะด้วยซ้ำ และ

1. Halloween

สุดท้ายแล้ว ต้องยกไปให้หนังที่เป็นเจ้าของ วันแห่งความสยอง Halloween หลายคนคงไม่เคยดู แต่พี่แกเป็นสาเหตุของหนังทั้งหมด ว่าทำไมหนังสยองขวัญต้องมีในวันนี้ ก็เพราะวันนี้นะแหละ ที่ฮัลโลวีนออกฆ่าคน มีการรีเม้กในปี 2007