นักเที่ยวเที่ยวจีน แชร์คลิปสาวไทยหน้าเหวี่ยง! ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ไหว้-ยิ้มไม่จริงใจ จนชาวจีนทำคลิปล้อเลียน!

โลกออนไลน์แชร์คลิป คณะทัวร์จากเมืองจีนที่มาถึงสนามบินดอนเมือง และมีสาวที่แต่งกายชุดไทยทำหน้าเหวี่ยง ยืนต้อนรับมอบพวงมาลัยให้แก่คณะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเมืองไทย ที่หน้ารถโค้ช

โดยคลิปนี้ถูกโพสท์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ Ai Wendy ซึ่งในคลิปเผยให้เห็นว่า สาวไทยที่ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวนี้  ยิ้มแบบไม่จริงใจเอาเสียเลย จนทำเอาชาวมังกรรู้สึกได้ ขณะที่รอมอบพวงมาลัยอยู่นั้นมีสีหน้าที่บูดบึ้ง เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึง ก็ยื่นพวงมาลัยคล้องคอให้เหมือนไม่เต็มใจ และแทบจะเหวี่ยงพวงมาลัยใส่คอนักท่องเที่ยว  และจะยิ้มเฉพาะตอนถ่ายรูปเท่านั้น

ทั้งนี้ชาวเน็ตคนไทยได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการต้อนรับที่ไม่จริงใจ ยิ้มแบบนี้ไม่ต้องยิ้มก็ได้เสียชื่อสยามเมืองยิ้ม และทำให้เสียชื่อเสียภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะการต้อนรับนักท่องเที่ยวคือประตูด่านแรกของประเทศ อีกทั้งตำหนิบริษัททัวร์เรื่องพวงมาลัย ที่มอบให้นักท่องเที่ยวก็เหมือนไม่จริงใจ หลายคนบอกว่านี่มันพวงมาลัยไหว้ศาลพระภูมิชัดๆ

ซึ่งต่อมาชาวจีนก็ได้แชร์คลิปล้อเลียน การต้อนรับแบบไม่จริงใจของพนักงานต้อนรับในไทยบ้าง กลายเป็นคลิปไวรัลที่แชร์แพร่หลายที่เมืองจีนในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม มีการแคปภาพอ้างว่าเป็นการโพสท์โต้กลับของสาวไทยในคลิปที่กำลังพูดถึง ระบุประมาณว่า ใครไม่ทำอย่างอย่างเธอไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง พร้อมทั้งใช้คำที่เหยียดนักท่องเที่ยวจีนอย่างรุนแรง และบ่นว่าร้อนก็ร้อนแถมยังต้องคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่งี่เง่า วันละ 2 พันคนต่อวัน จะให้มียิ้มตลอดเวลาทั้งวันก็บ้าแล้ว

โพสต์โดย Ai Wendy เมื่อ 6 พฤษภาคม 2018

โพสต์โดย Ai Wendy เมื่อ 6 พฤษภาคม 2018

โพสต์โดย Ai Wendy เมื่อ 6 พฤษภาคม 2018

โพสต์โดย Ai Wendy เมื่อ 6 พฤษภาคม 2018

แหล่งที่มา: FB Ai Wendy

ปังหรือพังกันนะ !? ชุดว่ายน้ำมิสแกรนด์สมุทรสงคราม เหมือนชุด “ตลาดนัด”

กำลังเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักในโลกอินเทอร์เน็ตสำหรับ การถ่ายแบบชุดว่ายน้ำของ ‘มิสแกรนด์สมุทรสงคราม’ ที่ได้ปล่อยออกมาให้ชาวเน็ตรับชม ทว่าผลตอบรับของเซตภาพดังกล่าวกลับไม่ค่อยจะสู้ดีนัก…

โดยเซตภาพนี้ได้เผยแพร่ผ่านทางเพจ มิสแกรนด์สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเป็นภาพถ่ายชุดว่ายน้ำของผู้เข้าประกวด ‘มิสแกรนด์สมุทรสงคราม’ จำนวน 9 คน ซึ่งผู้เข้าประกวดแต่ละคนก็จะโพสท่าถ่ายแบบต่างๆ พร้อมกับมีเบอร์ประจำตัวติดเอาไว้ที่แต่ละคนด้วย

แต่กระแสตอบรับเซตภาพนี้ส่วนมากกลับไม่ได้เป็นเสียงชื่นชมความงามของเหล่านางงาม แต่เป็นความคิดเห็นเกี่ยวกับการถ่ายภาพซะมากกว่า ที่ชาวเน็ตคิดว่ามันดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่นักกับการประกวดมิสแกรนด์ในครั้งนี้

ความคิดเห็นบางส่วนจากชาวเน็ต
‘เอิ้มมม เอิ่มมมม ใครรถ่ายเนี่ยยย’

‘ตลาดนัดมาก’

‘ขอโทษด้วยครับ นี่รูปของปี 2535’

‘ไม่ได้อยากอคติหรืออะไรนะ ทำไมเหมือนเด็กตู้’

‘ไม่มีที่ถ่ายที่ดีกว่าอ่างน้ำเหรอ ชุดว่ายน้ำตรีมซัมเมอร์น่าจะดีกว่านะ’

‘ พังมาก ถ่ายนางงามออกมาให้เหมือนเด็กอ่าง ทำไมทำงานออกมากันโล่ววววแต่นี้ ฮัลโหลลลล!!!!’

‘ตีมงานพังมาก จัดแสง รูป มุม ภาพ อย่าว่าเรานะ เราไม่ได้คิดไปเองคนเดียวใช่ไหม’

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เครดิต Catdumb

โหลๆ ว่าไงนะ!! สาวขับมอเตอร์ไซค์ จอดกลางถนน คุยโทรศัพท์สุดมึน บีบแตรไล่ก็ไม่ไป ก่อนเจอสั่งสอน บอกเลยจำไปตลอดชีวิต!!!

การเล่นโทรศัพท์บนท้องถนนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แค่รับสายโทรเข้ายังต้องจอดเข้าข้างทางเพื่อคุยสื่อสาร เช่นเดียวกันกับกรณีต่อไปนี้ เมื่อยูทูบ VTV Đường Phố ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนท้องถนนประเทศเวียดนาม เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้ารถยนต์จะเห็นว่าสภาพการจารจรที่มีรถติดเพียงเล็กน้อย รถก็แล่นไปได้เรื่อยๆ จนกระทั่งมีเหตุการณ์ที่ทำให้การจราจรติดขัดเพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งระหว่างที่ขับขี่รถจักรยานยนต์

จากคลิปจะเห็นนว่า เธอก็จอดรถตรงกลางถนนซะดื้อๆ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อรับสายซะตรงนั้นเลย โดยที่ไม่สนใจรถรอบข้างเลยสักนิดเดียว พฤติกรรมของเธอทำให้รถติดและไม่สามารถขับเคลื่อนไปไหนได้ แม้จะเอารถไปจอดจี้เธอก็ไม่ยอมขยับเลยสักนิดเดียว จากนั้นคู่กรณีก็ลงจากรถ เพื่อเดินมาหาเธอและขอร้องให้ย้ายรถของเธอหน่อย แต่ดูเหมือนหญิงคนนี้จะไม่สนใจแม้แต่น้อยและกดโทรศัพท์มือถือต่อ

ในที่สุดจนคู่กรณีทนไม่ไหวออกแรงลากทั้งรถและคนไปที่ริมถนนข้างทาง แต่ผู้หญิงคนนี้ที่เล่นโทรศัพท์มือถือกลางถนนไม่พอยังขัดขืนไม่ยอมไปข้างทางอีก ทั้งนี้ ผู้โพสต์มีจุดประสงค์อยากใช้ห้เรื่องนี้เป็นสิ่งเตือนใจว่าอย่าเล่นโทรศัพท์บนท้องถนนเลย เพราะคุณคงไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นหรอกจริงไหม?

ขอบคุณที่มา postjung

จวกยับ ! นี่ท่าโพสต์มิสแกรนด์พังงาจริงหรือ ! นึกว่าภาพปฏิทินราคาถูก !

ภาพเซตนี้ถูกปล่อยออกมาในเพจ มิสแกรนด์พังงา เมื่อราวๆ เที่ยงคืนของวันที่ 6 พฤษภาคม เป็นภาพของผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์พังงา 2018 ทั้ง 21 คน ในชุดว่ายน้ำ พร้อมชื่อและหมายเลขประจำตัวของแต่ละคน

แต่หลังจากที่มีการปล่อยรูปออกมา กลับได้รับเสียงวิจารณ์ในด้านลบมากมาย เนื่องจากภาพที่ออกมานั้นดูไม่สวยสมกับการประกวดมิสแกรนด์ การแต่งหน้าที่ให้สีสันแปลกๆ มีการโพสท่าที่ดูวาบหวิวไม่เหมือนนางงาม จนบางคนมองว่าเหมือนกับการถ่ายภาพปฏิทินสุราบางยี่ห้อ

ความคิดเห็นบางส่วนจากชาวเน็ต
“ติดตามมาตลอดเกี่ยวกับการประกวดสาวงามต่างๆ แต่พอมาเห็นรูปโพสถ่ายแบบมิสแกรนด์พังงารอบนี้ถึงกับตาค้างนึกว่าถ่ายปฏิทินแม่โขง”

“ไม่มีคอนเซปต์เหรอ ไม่ผ่านการสกรีนจากผู้ใหญ่ก่อนเหรอว่าโพสท่าเหมาะสมไหม มันเหมือนถ่ายหวิวเซ็กซี่มากกว่า อย่างกับปกหนังโป๊นางงาม เละเทะไปกันคนละทิศละทาง เมคอัปบางคนพังมาก”

“ชุดว่ายน้ำควรอยู่ริมสระว่ายน้ำ หรือสถานที่สวยๆ ยิ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างพังงาแล้ว น่าจะถ่ายริมทะเลนะครับ ไม่ควรอยู่บนเตียงนอน มันดูเป็นหนังญี่ปุ่น ไม่โทษนางงามนะครับ PD & ผจก. กอง พิจารณาด่วน!!”

“ขอโทษนะคะที่ต้องบอกตามความจริง ทีมงานปล่อยภาพออกมาได้ไงคะ มุมภาพก็ไม่สวย เหมือนช่างภาพหัดถ่ายภาพเลยค่ะ”

“รูปโคตรพัง ประกวดงานมหาลัยงานโรงเรียนรูปยังสวยกว่านี้ กองประกวดจริงจังหน่อยค่ะ มิสแกรนด์ไม่ใช่งานวัด โลไม่สวย รูปไม่สวย โพสิชั่นไม่ได้ ทำนางแบบสวยจมหมด”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เครดิต Catdumb

หนุ่มฝรั่งพูดไทย..ระบายความอัดอั้น ถามคำถามคาใจ “ทั้งน้ำตา” ที่ทำคนไทยทุกคนพูดไม่ออก !!

เป็นคลิปที่กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ขณะนี้ ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างให้ความสนใจ กับหนุ่มฝรั่งออกมาโพสต์คลิประบายความอัดอั้น เป็นภาษาไทย ถามคำถามที่ทำเอาคนไทยทุกคนจุกอก พูดไม่ออก

รอน วีฟเวอร์ หนุ่มฝรั่งผิวดำร่างยักษ์หุ่นดี ที่กำลังอาศัยอยู่ในเมืองพัทยา ประเทศไทยของเรา ออกมาโพสต์คลิประบายความอัดอั้น น้ำตาคลอพูดเป็นภาษาไทยสำเนียงฟังชัดเจน ใจความสำคัญว่า

“อยากจะถามว่าทำไมคนไทยบางคน ถึงคิดว่าคนต่างชาติผิวดำน่ากลัว”

โดนมาบ่อย ถึงไม่หล่อหน้าตาดี แต่มั่นใจว่าไม่ได้ขี้เหร่เหมือนปีศาจที่จะทำให้คนรู้สึกกลัวได้ ทำไมถึงกล้าพูดต่อหน้า

คนผิวดำก็เป็นมนุษย์มีความรู้สึกเหมือนกัน แค่ขอใครสักคนตอบว่าทำไมคนผิวดำน่ากลัว ไม่เข้าใจจริงๆ การที่เกิดมาเป็นคนผิวดำ คงต้องโดนแบบนี้อีกเรื่อยๆ

ช่วยแชร์ ช่วยแท๊กเพื่อนให้เข้ามาดู คงจะมีสักคนที่รู้คำตอบว่าทำไม คนไทยชอบถือว่าคนผิวดำเป็นพวกที่น่ากลัว ซึ่งหลังจากที่คลิปนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจกันมากมาย

ถึงกับน้ำตาคลอ

ทำไมต้องคิดว่าคนดำน่ากลัว ?

ผมก็คนนะครับ ไม่ใช่ปีศาจร้าย !

ความเห็นจากชาวเน็ต

.

.

ฟังคลิป

https://www.facebook.com/GotNextLike/videos/1539611246136740/

ข้อมูลและภาพ จาก jarm

เมฆ มังกรบิน!! “ยืดอกรับทำสาวท้อง” พร้อมรับผิดชอบเต็มที่ ลั่นดีใจได้ลูกเพิ่มอีกคน!

เมฆ มังกรบินโพสท์คลิปลงเฟซบุ๊ก เผย ทำผู้หญิงที่กำลังเรียนอยู่ท้อง และพร้อมจะรับผิดชอบอย่างเต็มใจและเต็มที่ โดยตั้งใจจะตั้งชื่อให้มี ม.ม้า และก.ด้วย ส่วนคนที่แนะให้ตนไปตรวจดีเอ็นนั้น ตนไม่ตรวจ เพราะไว้ใจแฟนมาก ย้ำด้วยว่าเป็นลูกผู้ชายต้องรับผิดชอบ อย่าปฏิเสธการกระทำของตัวเอง

โดยได้โพสท์ระบุว่า #เมื่อผมทำผู้หญิงที่คบอยู่ท้อง มากกว่าความเป็นผู้ชายคือควรมีความรับผิดชอบ ผมจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเองทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนใขอย่างดีที่สุด แต่ใครๆจะรับผมได้มั้ยตรงนั้นผมไม่รู้ ผมเอาใจคนทั้งโลกไม่ได้แต่ผมต้องการใช้ทั้งชีวิตเพื่อเอาใจลูกผมทุกคนและคนใกล้ตัว เพราะนี่ชีวิตผมนี่คือสิ่งที่ผมทำและนี่ลูกผม #มู่อิงลูกพ่อ  โพสต์นี้จะเก็บไว้ให้ลูกดูตอนเค้าโต

#เมื่อผมทำผู้หญิงที่คบอยู่ท้อง มากกว่าความเป็นผู้ชายคือควรมีความรับผิดชอบ ผมจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเองทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนใขอย่างดีที่สุด แต่ใครๆจะรับผมได้มั้ยตรงนั้นผมไม่รู้ ผมเอาใจคนทั้งโลกไม่ได้แต่ผมต้องการใช้ทั้งชีวิตเพื่อเอาใจลูกผมทุกคนและคนใกล้ตัว เพราะนี่ชีวิตผมนี่คือสิ่งที่ผมทำและนี่ลูกผม #มู่อิงลูกพ่อ โพสต์นี้จะเก็บไว้ให้ลูกดูตอนเค้าโต

โพสต์โดย เมฆ มังกรบิน เมื่อ 6 พฤษภาคม 2018

แหล่งที่มา: FB เมฆ มังกรบิน

ฝรั่งเจอดี! หลัง บินพารามอเตอร์เหนือพระธาตุลำปางหลวง โร่มาขอขมา พร้อมเล่าเรื่องราวชวนขนลุก จนทนไม่ไหว!

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวสเปนนำเครื่องร่อนพารามอเตอร์ขึ้นบินวนรอบฉัตรองค์พระธาตุลำปางหลวง อายุกว่า 1,300 ปี อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านออกมาตะโกนตำหนิและโบกมือให้ลงมา เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ที่มาบินเหนือวัดเก่าแก่ เป็นที่เคารพและสักการะของชาวบ้าน รวมถึงเกรงจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น หากร่มบินของพารามอเตอร์ไปเกี่ยวกับยอดฉัตรขององค์พระธาตุลำปางหลวง

สำหรับความคืบหน้า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ค. ส.ต.นพดล เครือนพรัตน์ อดีตประธานชมรมร่มบินลำปาง ที่ได้รับการประสานจากประธานชมรมร่มบินเชียงใหม่ ได้พานายวิคเตอร์ รอค ดิเกรซ อายุ 33 ปี พร้อมเพื่อนชาวสเปน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากสเปน ซึ่งเป็นผู้ขับเครื่องพารามอเตอร์ขึ้นบินดังกล่าว มาขอขมาต่อองค์พระธาตุลำปางหลวงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนได้นำดอกไม้และธูปเทียนมาขอขมาด้วย ก่อนที่นายสมจิตร ทิพย์แก้ว อายุ 56 ปี อาจารย์ล้านนาประจำหมู่บ้านลำปางหลวง จะเป็นผู้นำทั้งสองคนขอขมา ซึ่งทั้งสองคนก็ทำอย่างตั้งใจ ด้วยการพนมมือแล้วกราบลงกับพื้น เพื่อเป็นการขอขมา ก่อนเดินรอบองค์พระธาตุลำปางหลวง 3 รอบ เพื่อเป็นการขอขมาและถวายเป็นพุทธบูชา

นายวิคเตอร์ กล่าวว่า ตนขอโทษด้วยความจริงใจ ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เสียใจมากต่อการกระทำในครั้งนี้ เพราะทราบว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จนเป็นข่าวโด่งดังออกไป จึงรู้สึกเสียใจและมีความตั้งใจที่จะกลับมาขอโทษและขอขมาต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกิน และกระทำไปต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยอยากจะบอกว่าหลังจากที่กลับออกไปจากจ.ลำปาง เมื่อวานนี้ก็จะไปขึ้นบินที่จ.เชียงใหม่ แต่ปรากฏว่าเจอเรื่องที่แปลกคือ เครื่องพารามอเตอร์ที่ใช้บินนั้นสตาร์ทไม่ติด เช้าวันนี้ก็มาสตาร์ทอีกก็ไม่ติด จึงตั้งใจที่จะมายังจ.ลำปาง อีกครั้งในวันนี้ เพื่อขอขมาในสิ่งที่กระทำและล่วงเกินไป

เครดิต http://thainew.club/

เจอตัวแล้ว “น้องเนสตี้” เน็ตไอดอลดาวรุ่งคนใหม่ ที่ใครๆก็พากันหลงรัก !!!

หลายๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อของ น้องเนส หรือ น้องเนสตี้ สไปร์ทซี่ เด็กชาย… เอ๊ย!! เด็กหญิงวัยประถมที่มาพร้อมกับความน่ารักสดใส โด่งดังไปทั่วโลกโซเชียลด้วยสายตาจิกกัดสไตล์ลูกสาวขุ่นแม่

น้องเนสตี้ ลูกสาวกับท่าโพสต์มั่นๆ สายตาจิกๆ

ทำไมชาวเน็ตถึงพยายามดันให้เธอเป็นเน็ตไอดอล
แน่นอนว่าจุดเด่นของเด็กคนนี้คือความกล้าแสดงออก มีความสดใสสมวัย บวกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ตัวเองสนใจอยู่เสมอ (การแต่งหน้า ทำผม ทำอาหาร เดินแบบ เป็นต้น) จึงทำให้มีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนั้นกระแสตอบรับส่วนใหญ่ก็มีแต่ที่ไปในทิศทางดี แม้เธออาจจะดูแรงไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็มีความสุภาพ และเป็นกันเอง

รวมถึงวิธีการตอบคอมเมนต์ที่เข้ามาต่อว่าเสียๆ หายๆ น้องเนสตี้ก็มักจะตอบด้วยความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่เข้าไปถกเถียงหรือทะเลาะกับชาวเน็ตคนนั้น

ในตอนที่มีคนมาว่าเธอ และบอกว่าขนตาของเธอนั้นไม่เท่ากัน น้องเนสตี้เลยตอบคอมเมนต์นั้นด้วยความน่ารัก เป็นสไตล์ของตัวเอง

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เครดิต Catdumb

รู้ไว้ใช่ว่า… 9 วิธีที่ทำให้ “น้องชาย” ฟิตปึ๋ง ขยายร่าง !!!

เราอาจเคยได้ยินประโยคสำหรับสาวๆ ที่ว่า “อกใหญ่น่ะเรื่องเล็ก แต่อกเล็กสิเรื่องใหญ่” แต่สำหรับหนุ่มๆ นั้นก็คงจะมีประโยคที่สื่อความหมายไม่ต่างกันอย่าง “จู๋ใหญ่สิเรื่องเล็ก จู๋เล็กสิเรื่องใหญ่” เพราะอวัยวะส่วนนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญต่อความมั่นใจของผู้ชายไม่ต่างกับหน้าอกของผู้หญิงเลย

1. จัดท่าทางการทำงานของตัวเองให้ดี
สำหรับคนที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะเป็นประจำ ไม่ค่อยได้ขยับตัวไปไหน พฤติกรรมเหล่านั้นจะส่งผลต่อความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณขาหนีบ ทำให้ไม่มีพื้นที่สำหรับน้องหนูในการเหยียดตรงขึ้นมาหายใจได้

ผู้เชี่ยวชาญ แนะว่าการนวดบริเวณกระดูกเชิงกรานอย่างเหมาะสม คลึงรอบๆ จุดซ่อนเร้นของเราเป็นวงกลม สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้

นอกจากนั้นเรื่องปัญหาความเครียดจากการทำงานก็สำคัญ เพราะความเครียดจะไปจำกัดการไหลเวียนโลหิตบริเวณขาหนีบ น้องชายของเราจึงมีขนาดเล็กลง ไม่แข็งตัวเต็มที่ และอยู่ได้ไม่นาน

2. อย่าสูบบุหรี่
จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแพทย์ Boston สหรัฐอเมริกา พบว่าคนสูบบุหรี่จะมีค่าเฉลี่ยของขนาดจุ๊ดจู๋ที่ขยายตัวแล้ว เล็กกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากว่าการสูบบุหรี่ส่งผลทำให้หลอดเลือดแดงตีบลง ลดการไหลเวียนเลือดในบริเวณอวัยวะสำคัญๆ จนไปลดขนาดและความยาวของน้องชายเรานั่นเอง

 

3. ปล่อยให้มันแข็งตัวบ่อยๆ
น้องชายของเราจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนเพื่อความแข็งแรงไม่ต่างกับอวัยวะกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ เราจึงควรปล่อยให้มันมีการแข็งตัวตามธรรมชาติอยู่เสมอ เพื่อความแข็งแรงคงทน ซึ่งหากใครที่มีปัญหาในเรื่องของการแข็งตัวตามปกติ อย่างเช่นคนที่มีปัญหากับระบบประสาทหรือป่วยเป็นเบาหวาน น้องชายของพวกเขาจะเล็กลง 1-2 เซนติเมตรเลย

ส่วนใครที่กังวลว่าพอแก่ตัวไปแล้วมันจะไม่ได้มีอารมณ์มาปึ๋งปั๋งเหมือนตอนหนุ่มๆ มันก็ไม่ค่อยได้บริหารน่ะสิ? ในส่วนนี้ Tobias Kohler รองศาสตราจารย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะของมหาวิทยาลัยแพทย์อิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา อธิบายว่าตอนเรานอนหลับ หรรมส์ของเราจะลุกขึ้นมา 3-5 ครั้งต่อคืน แม้จะไม่ได้ฝันเรื่องหื่นๆ ก็ตาม ไม่ต้องกังวลไป

4. ลดน้ำหนักและกินอาหารที่มีประโยชน์
Michael Castleman ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศอธิบายเอาไว้ในวารสาร Psychology Today ว่าการลดพุงไม่ได้ช่วยแค่ทำให้เรามองเห็นน้องชายได้ง่ายขึ้น แต่มันยังส่งผลโดยตรงกับขนาดของมัน ทำให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมได้จริงๆ เราจึงควรลดเนื้อสัตว์หันไปกินผักผลไม้ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือดแดง

การออกกำลังก็สามารถช่วยลดพุงของเราได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นมันยังช่วยทำให้เรามีหุ่นดีมัดใจสาวๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย

5. ใช้แหวนน้องชายหรือใช้เครื่องปั๊ม
ต้องให้ทุกคนเข้าใจกันก่อนว่าสองสิ่งนี้ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อเพิ่มความยาวของกระเจี๊ยวเรา แต่มันมีไว้เพิ่มเส้นรอบวงและความแข็งตัวชั่วคราวเท่านั้น ย้ำนะว่าชั่วคราว!! โดยแหวนสำหรับน้องชายนั้นเมื่อสวมเข้าไปจะทำให้เลือดวิ่งออกไปจากอวัยวะเพศของเราได้น้อยลง ส่วนเครื่องปั๊มก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของมัน แต่แนะนำว่าต้องเลือกที่มีคุณภาพนะ

6. เล็มขนหมออ้อย
หากใครเคยติดตามหนังผู้ใหญ่ทางฝั่งตะวันตก เราจะเห็นได้ว่าดาราชายเกือบทั้งหมดนั้นโกนขนลับหรืออย่างน้อยก็อาจเล็มออกไปบ้าง ซึ่งการทำอย่างนั้นช่วยให้เรามองเห็นน้องชายถนัดตาขึ้น มันจึงดูใหญ่ขึ้นนั่นเอง

และไม่ใช่เพียงแค่นั้นเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะชอบให้ผู้ชายเล็มขนตรงนี้ออก โดยผลสำรวจในประเทศแคนาดาบอกว่า 53.33 เปอร์เซ็นต์ของสาวๆ ที่ทำการสำรวจต้องการให้ผู้ชายเล็มขนออกไป สาวๆ อีก 40 เปอร์เซ็นต์อยากให้โกนทิ้งไปเลย มีเพียงแค่ 6.67 เปอร์เซ็นต์ที่อยากให้หนุ่มๆ ไว้ขนหมออ้อย

7. การใช้ปากอย่างที่เรียกว่า Oral Sex
แน่นอนว่าข้อนี้ไม่ได้หมายถึงให้เราใช้ปากของตัวเองก้มลงไปทำ แต่มันหมายถึงการที่คู่ขาของเราใช้ปากทำให้ก่อนจะเริ่มสอดใส่เข้าไปในช่องแคบ ซึ่งมันเป็นวิธีที่ช่วยให้น้องชายของเราขยายตัวได้มากกว่าเดิมจนอาจสูงใหญ่เกินค่าเฉลี่ยทั่วๆ ไปได้เลย

Debby Horneck นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Indiana สหรัฐอเมริกา บอกว่า “เราไม่รู้ว่าผลลัพธ์นั้นเกิดจากการที่ Oral Sex ไปกระตุ้นอารมณ์ทำให้มันแข็งตัวมากกว่าเดิม หรือบางทีอาจหมายความว่าผู้ชายที่มีไอ้นั่นใหญ่คือคนที่ผ่านการโดน Oral Sex มามากกว่าคนอื่นก็เป็นได้”

8. อาบน้ำร้อน
การอาบน้ำร้อนสามารถช่วยขยายเจ้าน้องชายของเราให้แข็งแรงเต็มไว้ได้จริง เพราะความอบอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้นนำไปสู่การขยายขนาดไอ้จ้อนแบบชั่วคราว หรือบางคนอาจจะมีอะไรกับสาวระหว่างอาบน้ำ ซึ่งนั่นรับรองว่ามันจะต้องปึ๋งปั๋งพร้อมรบอย่างแน่นอน หรืออาจใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ห่อตัวน้องชายไว้สักนาทีสองนาทีแทนก็ได้

ในทางตรงกันข้าม หากว่าร่างกายเรากระทบกับอากาศเย็นก็จะทำให้เจ้าหนูหดตัวไป ดังประโยคที่ว่า “หนาวจนหำหด”

9. ดึงไอ้จ้อน!!
อันนี้เราก็ไม่ต้องถึงกับดึงจนมันยืดไปไกล (เดี๋ยวมันหลุดออกมาล่ะแย่เลย) แต่ก่อนออกศึกให้เราใช้มือข้างหนึ่งจับไอ้หนูของเราที่กำลังหดตัวอยู่ ดึงขึ้นดึงลงเหมือนค่อยๆ พยายามยืดมันแบบแป้งโดขนมปัง สิ่งนี้จะช่วยเรื่องของการไหลเวียนเลือดได้เป็นอย่างดี รอการแข็งตัวพร้อมใช้งาน และนี่ก็เป็นวิธีเดียวกันกับที่ดาราหนังผู้ใหญ่ใช้

.

.

.

.

.

.

.

.

เครดิต Catdumb